DJI SPARK FAQ ตอบทุกคำถามสุดฮิต เกี่ยวกับโดรนจิ๋วรุ่นล่าสุด!

TIPS & TECH

APR 23,2017

featured image

1. อะไรคือจุดต่างชัดๆ ระหว่าง Spark กับ Mavic Pro?

Spark มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่า Mavic Pro แต่มีความสามารถด้าน Intelligence Flight Mode หรือโหมดการบินอัจฉริยะ เหมือนกับที่ Mavic Pro มีเลยครับ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมมาด้วย นั่นคือ Quick Shot ซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้คุณเลือกรูปแบบการถ่ายเจ๋งๆ ได้แบบอัตโนมัติ ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ Palm Control ที่ให้คุณสั่งงานโดยสัญญาณมือได้อีกด้วย!

FAQ FAQ FAQ


2. สามารถควบคุม Spark ได้อย่างไรบ้าง?
สามารถสั่งงานได้ง่ายๆ โดยใช้สมาร์ตโฟน ผ่านแอปพลิเคชัน DJI Go 4 หรือจะใช้รีโมตควบคุมเหมือนโดรนรุ่นอื่นๆ ก็ได้

FAQ FAQ

 

3. จะ Activate ให้ Spark ต้องทำอย่างไร?

       ทำได้ 2 วิธีครับ คือ

  1. เชื่อมต่อ Spark เข้ากับสมาร์ตโฟนของคุณ แล้วทำตามขั้นตอนการ Activation ที่ในแอปพลิเคชัน DJI Go 4 แนะนำไปจนเสร็จเรียบร้อย
  2. กดที่ไอคอนมุมบนขวาในหน้าหลักของแอปพลิเคชัน DJI Go 4 แล้วเลือกสแกน QR Code จากนั้นก็ใช้กล้องสมาร์ตโฟนของคุณไปสแกน QR Code ซึ่งอยู่ตรงช่องเสียบแบตเตอรี่ของ Spark แล้วจึงทำตามขั้นตอนการ Activation ที่ในแอปพลิเคชัน DJI Go 4 แนะนำไปจนเสร็จเรียบร้อยเช่นกันครับ

 

FAQ FAQ

  

  1. กล้องของ Spark มีฟังก์ชันอะไรใหม่ๆ ไหม?

          กล้องของ Spark มีฟังก์ชันใหม่คือสามารถใช้ถ่ายภาพนิ่งแบบมี Shallow depth of field หรือหน้าชัดหลังเบลอได้ นอกจากนั้นยังมีโหมด Panorama ที่ถ่ายได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอนอีกด้วย

 

FAQ FAQ

 

  1. ใช้ Spark บันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอ โดยไม่มี SD Card ได้ไหม?

         ได้ครับ โดย Spark จะทำการบันทึกภาพหรือวิดีโอที่ถูกถ่ายลงไปในสมาร์ตโฟนของคุณ แต่ในกรณีนี้ ความคมชัดที่ได้จะเหมือนกับแค่ที่ใน Live Stream นะครับ โดยภาพนิ่งจะมี Resolution อยู่ที่ 1024×768 พิกเซล ส่วนวิดีโอได้ที่ 1080×720 พิกเซลครับ

 

FAQ FAQ

 

  1. ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางของ Spark สามารถทำงานได้ในระยะไกลแค่ไหน และบินได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ ระบบนี้ถึงจะยังทำงานได้?

        ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางของ Spark เป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเฝ้าระวังอันตรายให้ทิศด้านหน้าของตัวลำ ได้ในระยะไกลสุดที่ 5 เมตร ส่วนเรื่องความเร็วสูงสุดของการบินที่ระบบนี้จะยังทำงานได้ คือต้องไม่เกิน 3 เมตร/วินาที ถ้าเร็วกว่านี้ ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางจะไม่สามารถทำงานได้ครับ

 

FAQ FAQ 

  

  1. Spark มี Intelligence Flight Mode ใหม่ๆ ให้ใช้บ้างไหม?

 

         Spark เป็นโดรนรุ่นแรกของ DJI ที่ในโหมด TapFly จะมีการย่อยโหมดรองออกมาให้ด้วย โดยแยกเป็น Coordinate กับ Direction ซึ่งสำหรับ Coordinate นั้น ในขณะที่ Spark บินไปสู่เป้าหมายที่เราเลือกโดยอัตโนมัติ จะมีการปรับระดับความสูงในการบินให้เหมาะสมอยู่เสมอ ส่วน Direction เจ้า Spark จะบินไปสู่จุดหมายโดยอัตโนมัติแบบตรงๆ เลยครับ

         ทั้งนี้ Spark ยังมีโหมด Quick Shot อีกด้วย ซึ่งทำให้สามารถเลือกใช้รูปแบบการถ่ายเจ๋งๆ แบบมือโปรฯได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น

- Rocket ที่เป็นการบินขึ้นสูงไปตรงๆ ในขณะที่กล้องถูกล็อกให้ยิงมุมกล้องลงมาที่ด้านล่าง

         - Dronie บินถอยหลังหรือบินขึ้นไป โดยที่มุมกล้องถูกล็อกไว้ที่วัตถุเป้าหมาย

         - Circle บินไปรอบๆ วัตถุเป้าหมาย

         - Helix บินวนรอบเป้าหมาย พร้อมค่อยๆ ปรับระดับความสูงไปเรื่อยๆ คล้ายการบินแบบเป็นเกลียว

         นอกจากนี้ Spark ยังมี Gesture Mode ขั้นสูง ที่ให้สามารถสั่งงานด้วยสัญญาณมือ  เช่น PalmControl, Follow, Beckon และ PalmLand ได้อีกด้วย

 

FAQ FAQ
FAQ FAQ FAQ
FAQ FAQ

 

  1. สมาร์ตโฟนขนาดเท่าไหร่ ถึงเหมาะกับการใช้ร่วมกับรีโมตของ Spark?

 

         สมาร์ตโฟนที่เหมาะกับการใช้ร่วมกับรีโมตของ Spark ควรมีความหนาประมาณ 6.5‑8.5 มิลลิเมตร และยาวไม่เกิน 160 มิลลิเมตร (เมื่อไม่ใส่เคส) ถ้าใหญ่กว่านี้จะไม่พอดีกับตัวจับ หรือ Device Holder ครับ

 FAQ

  1. ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการชาร์จไฟรีโมตของ Spark ให้เต็ม และเมื่อไฟเต็มแล้ว จะสามารถนำไปใช้ได้นานแค่ไหน?

 

         รีโมตของ Spark ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อให้ไฟเต็ม และเมื่อไฟเต็มแล้ว จะนำไปใช้ต่อเนื่องได้นานสุดประมาณ 2.5 ชั่วโมงครับ

 

FAQ 

 

  1. เชื่อมต่อตัวลำ Spark กับรีโมตได้อย่างไร?

 

         ให้กดปุ่ม Pause, Fn และ C1 ที่บนรีโมตพร้อมๆ กัน และเมื่อรีโมตเริ่มมีเสียงร้อง จึงปล่อยการกดปุ่มทั้งหมด จากนั้นก็ไปเปิดตัวลำ โดยการกดค้างที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงแบตเตอรี่ แล้วเมื่อได้ยินตัวลำ Spark ส่งเสียงร้องจึงคลายการกดปุ่ม เท่านี้ก็ทำการเชื่อมต่อได้สำเร็จแล้วครับ

 

FAQ 

 

  1. รีโมตของ Spark รองรับการสื่อสารผ่านคลื่นความถี่ Wi-Fi แบบไหนได้บ้าง?

 

         รีโมตของ Spark สามารถเลือกใช้คลื่นความถี่ได้ 2 แบบครับ แบบแรกเป็น 2.4 GHz  ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่รีโมตของโดรนปัจจุบันนิยมใช้กัน ส่วนแบบที่สองเป็น 5.8 GHz ซึ่งมีสมรรถนะสูงขึ้น สามารถเอาไว้สลับใช้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการส่งสัญญาณภาพล่าช้า หรือสัญญาณถูกรบกวน เมื่อบินในสถานที่ที่มีการใช้สัญญาณความถี่แบบ 2.4 GHz กันมากนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม คลื่นความถี่แบบ 5.8 GHz นั้น บางพื้นที่อาจยังมีข้อห้ามทางกฎหมายในการใช้งานอยู่ ต้องดูให้ดีก่อนนะครับ

 

 

FAQ FAQ

 

 

  1. จะเป็นอย่างไรถ้าไม่ได้กางใบพัดของ Spark ให้ดีก่อนขึ้นบิน?

 

         เมื่อมอเตอร์ใบพัดเริ่มหมุน จะมีแรงทำให้ใบพัดกางออกโดยสมบูรณ์แบบอัตโนมัติครับ

 

 

FAQ FAQ

 

 

  1. Spark ทนต่อแรงลมได้ดีแค่ไหน?

 

         Spark ยังสามารถทนทานได้ เมื่อแรงลมมีความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 20-28 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ

 

 FAQ

 

  1. Video Transmission ของ Spark มีความคมชัดได้แค่ไหน?

 

         มีความคมชัดที่ 720p 30 fps. ครับ

 

 

 

  1. สามารถเช็ก Wi-Fi username และ password ของ Spark ได้จากตรงไหนบ้าง?

 

         สามารถหาได้จาก 3 ตำแหน่ง ดังนี้ครับ

  1. ที่ช่องเสียบแบตเตอรี่บนตัวลำ Spark ของคุณ > ซึ่ง username และ password ที่ปรากฎตรงนี้ จะเป็นชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่บริษัทผู้ผลิตกำหนดมาให้เท่านั้น ซึ่งอาจไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านล่าสุดของคุณ ในกรณีที่เคยมีการแก้ไขข้อมูลมาแล้ว
  2. ที่ในแอปพลิเคชัน DJI Go 4 หรือ DJI Assistant 2 > คุณสามารถเช็ก Wi-Fi username และ password ของ Spark ได้ตรงเมนู Setting
  3. ที่กล่องโฟมที่ใส่ Spark มา > จะมี username และ password ของ Spark บอกอยู่เช่นกัน โดยตรงนี้ัจะเป็นชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่บริษัทผู้ผลิตกำหนดมาให้เท่านั้น เหมือนกับที่อยู่ตรงช่องเสียบแบตเตอรี่ครับ

 FAQ

 

  1. หากต้องการรีเซ็ตหรือแก้ไข Wi-Fi username และ password ของ Spark ต้องทำอย่างไร?

 

         เมื่อต้องการรีเซ็ต ให้กดค้างที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงแบตเตอรี่นานประมาณ 9 วินาที จนได้ยินเสียงตัวลำร้องดังปี๊ป 3 ครั้ง แบบนี้แสดงว่า Wi-Fi username และ password ได้ถูกรีเซ็ตเรียบร้อยแล้ว

         แต่ถ้าต้องการแก้ไข ให้เชื่อมต่อ Spark เข้ากับสมาร์ตโฟนก่อน จากนั้นเข้าไปที่แอปพลิเคชัน DJI Go 4 คุณจะสามารถแก้ไข Wi-Fi username และ password ของ Spark ได้ ที่เมนู Connection Help Menu

         ทั้งนี้ หาก Spark ได้ทำการเชื่อมต่อ DJI Assistant 2 ผ่านคอมพิวเตอร์แล้ว หากจะแก้ไข Wi-Fi username และ password ต้องรีสตาร์ทตัวลำใหม่ก่อนนะครับ

 

 

  1. ถ้าสมาร์ตโฟนหาสัญญาณ Wi-Fi ของ Spark ไม่เจอ ต้องแก้ไขอย่างไร?

 

         กรณีนี้อาจมีสาเหตุมาจากการที่ Spark เคยถูกเชื่อมต่อกับรีโมตคอนโทรลเลอร์มาก่อน สมาร์ตโฟนของเราเลยไม่ได้ตรวจหาสัญญาณแล้วจับคู่กับมันเจอโดยตรง เพราะยังจำว่าถูกเชื่อมต่ออยู่กับรีโมตนั่นเอง ซึ่งวิธีแก้ไขคือ ให้ทำการเปิดตัวลำก่อนครับ จากนั้นกดค้างที่ปุ่มเปิด-ปิดนาน 6 วินาที จนกระทั่งได้ยินเสียงปี๊ปดัง 2 ครั้ง แบบนี้จะเป็นสัญญาณว่าการเชื่อมต่อระหว่าง Spark กับรีโมตถูกยกเลิก และคราวนี้สัญญาณ Wi-Fi จาก Spark จะสามารถให้สมาร์ตโฟนของคุณตรวจพบได้แล้วครับ

 

 FAQ

 

  1. Spark มีวิธีการชาร์จไฟฟ้าอย่างไร?

 

         ใช้สาย USB ที่ให้มาพร้อมกันในการชาร์จไฟฟ้าครับ ซึ่งระหว่างที่ชาร์จนั้น ห้ามถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวลำ ทั้งนี้ ถ้าอยากชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว ชาร์จได้หลายก้อนพร้อมๆ กัน แนะนำให้ซื้ออุปกรณ์เสริมอย่าง Charging Hub มาใช้ แต่ตรงนี้วิธีการชาร์จไฟฟ้าจะต่างออกไป คือแทนที่จะต่อสายแล้วชาร์จไฟให้แบตฯ ขณะใส่อยู่ในตัวลำแบบปกติ จะต้องถอดแบตเตอรี่ออกก่อน แล้วเอามาใส่กับตัว Charging Hub เพื่อชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่แทนครับ

 

FAQ FAQ

 

  

  1. ถ้าแบตเตอรี่ของ Spark ที่เพิ่งซื้อมาใหม่กดปุ่มเปิดแล้วไม่ยอมเปิด มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

 

         สำหรับแบตเตอรี่ใหม่นั้นปกติจะอยู่ในโหมดจำศีล หรือ Hibernation Mode ครับ ซึ่งจะยังไม่พร้อมใช้งาน เมื่อจะใช้ครั้งแรก คุณจำเป็นต้องชาร์จไฟเข้าให้เต็มก่อน

 

 FAQ

 

 

  1. ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ถึงชาร์จแบตเตอรี่ของ Spark ได้เต็ม?

 

         ถ้าชาร์จแบบปกติ คือใช้สาย USB ต่อกับแบตเตอรี่ที่ใส่อยู่ในตัวลำ Spark จะใช้เวลาประมาณ 80 นาที เพื่อชาร์จไฟเข้าให้เต็ม แต่ถ้าใช้ Charging Hub จะใช้เวลา 52 นาที สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 1 ก้อน 55 นาที สำหรับ 2 ก้อน และ 85.2  นาที สำหรับการชาร์จ 3 ก้อนพร้อมๆ กันครับ

 

 

  1. ตอนไหนที่แบตเตอรี่ของ Spark จะเข้าสู่โหมดจำศีล หรือ Hibernation Mode

 

         เมื่อมีระดับไฟฟ้าอยู่น้อยกว่า 10% และถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนานประมาณ 6 ชั่วโมง แบตเตอรี่ของ Spark จะเข้าสู่โหมดจำศีล หรือ Hibernation Mode และมีอีกกรณีหนึ่งคือ เมื่อระดับไฟฟ้าของแบตเตอรี่นั้นหมดเกลี้ยงไปเลย หลังจากมันปิดตัวไปประมาณ 10 นาที ก็จะเข้าสู่โหมดจำศีลเช่นกันครับ

 

 

  1. ปุ่มเปิด-ปิดของ Spark เอาไว้ใช้สั่งงานฟังก์ชันอะไรได้บ้าง ?

          

         ได้หลายอย่างเลยครับ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ใช้เปิด-ปิดแบตเตอรี่ > ทำได้โดยการกดปุ่มแล้วปล่อย 1 ครั้ง จากนั้นค่อยกดอีกครั้ง แต่ครั้งที่สองนี้ให้ค้างไว้อย่างน้อย 2 วินาที ก็จะเป็นการเปิดหรือปิดแบตเตอรี่แล้วครับ
  2. ใช้เช็กระดับแบตเตอรี่ > ทำได้โดยการกดปุ่มเพียง 1 ครั้ง จะปรากฎแสงไฟที่แถบหลอดไฟเหนือปุ่ม เพื่อแสดงระดับแบตเตอรี่คงเหลือ

 

        FAQ

 

  1. ใช้เชื่อมต่อ Spark กับรีโมตคอนโทรลเลอร์ > ทำได้โดยการกดค้างที่ปุ่มไว้ประมาณ 3 วินาที จนได้ยินเสียงร้องปี๊ปแล้วจึงปล่อย ซึ่งหลังจากนั้นไฟสัญญาณด้านหน้าของตัวลำ Spark จะกระพริบเป็นสีแดง หมายความว่าตัวลำได้ทำการเชื่อมต่อกับรีโมตเรียบร้อยแล้วครับ

FAQ

 

  1. ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อระหว่าง Spark กับรีโมตคอนโทรลเลอร์ > หากต้องการเปลี่ยนไปเชื่อมต่อ Spark กับสมาร์ตโฟนแทน คุณต้องยกเลิกการเชื่อมต่อระหว่าง Spark กับรีโมตคอนโทรลเลอร์ก่อนนะครับ (ในกรณีที่เคยเชื่อมต่อกันมาก่อนหน้าที่จะทำการลิงก์กับสมาร์ตโฟน) ซึ่งทำได้โดยการกดเปิด Spark แล้วค่อยกดปุ่มเปิด-ปิดค้างไว้อีก 6 วินาที จนได้ยินเสียงปี๊ป 2 ครั้ง แบบนี้จะหมายความว่า Spark ได้ถูกยกเลิกการเชื่อมต่อกับรีโมตแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นสมาร์ตโฟนจะสามารถตรวจพบและจับคู่กับสัญญาณของ Spark ได้ แต่ถ้าไม่ได้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับรีโมตก่อน สมาร์ตโฟนอาจตรวจหาสัญญาณ Wi-Fi ของ Spark ไม่พบครับ เพราะมันยังจำว่าได้เชื่อมต่อกับรีโมตอยู่ครับ

  2. ใช้รีเซ็ต Wi-Fi username และ password > ทำได้โดยการกดค้างที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงแบตเตอรี่นานประมาณ 9 วินาที จนได้ยินเสียงตัวลำร้องดังปี๊ป 3 ครั้ง แบบนี้แสดงว่า Wi-Fi username และ password ได้ถูกรีเซ็ตเรียบร้อยแล้ว

  3. ใช้ฟีเจอร์ PalmLunch > ซึ่งเป็นการปล่อยให้ Spark ขึ้นบินโดยอัตโนมัติจากบนฝ่ามือของเรา ทำได้โดยให้เปิดตัวลำ Spark ก่อน แล้วค่อยเอามาวางไว้บนฝ่ามือ โดยให้ด้านหน้าของกล้องจับภาพมาที่เรานะคะ ซึ่งตรงนี้เพื่อความปลอดภัย ต้องดูให้แน่ใจด้วยว่า นิ้วมือของเราอยู่ต่ำกว่าปีกและขาของ Spark ก่อนจะปล่อยขึ้นบินนะครับ

ซึ่งเมื่อเช็กดีแล้ว จึงกดสองครั้งที่ปุ่มเปิดปิด ก็จะเห็นไฟแสดงสถานะที่ตัวลำกระพริบเป็นสีเขียว จากนั้นจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกระพริบช้าๆ สีเหลือง ซึ่งตอนนี้ฟังก์ชัน FaceAware หรือการตรวจจับใบหน้าจะทำงาน แล้วถ้ามันตรวจพบใบหน้าของเราสมบูรณ์ ไฟสถานะด้านหน้าของตัวลำก็จะกลายเป็นสีเขียว แล้วการปล่อยขึ้นบินด้วยฟีเจอร์ PalmLunch ก็จะสำเร็จ แต่ถ้าระบบไม่สามารถตรวจจับใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์ล่ะก็ ไฟสถานะด้านหน้าของตัวลำ Spark จะกลายเป็นสีแดงแทนครับ

----- ----- ----- ----- ----- ----- ----- ----- -----

หายสงสัยกันไปเยอะไหมครับ กับหลายคำถามน่ารู้เกี่ยวกับ Spark โดรนจิ๋วที่กำลังมาแรงสุดๆ ในตอนนี้ แต่ถ้าใครยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อยากรู้ข้อมูลตรงไหนเป็นพิเศษ สามารถสอบถามมาที่ DJI Phantom Thailand ได้เลยนะครับ เรามีผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาเสมอครับ ^^

=======================

ข้อมูลและภาพจาก DJI / Wetalkuav
แปลและเรียบเรียงโดย DJI Phantom Thailand 

=======================

Phantom Thailand Co., Ltd. 
ตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการ และศูนย์บริการ DJI มาตรฐานแห่งแรกในไทย 
Inbox : http://m.me/everyonecanfly 
LINE: @phantomthailand 
Phone: 062-594-6441 
[email protected] 
www.phantomthailand.com

backtotop DJI Phantom Thailand