รีวิวการใช้งาน DJI Mavic Air 2 พร้อมเจาะลึกฟังก์ชันเด็ด

REVIEW

JUN 24,2020

featured image

DJI Mavic Air 2 โดรนรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยยกระดับการสร้างสรรค์ผลงานของคุณให้เทพยิ่งขึ้น วันนี้เรามีรีวิวการใช้งานแบบจัดเต็มมาฝาก! พร้อมเจาะลึกฟังก์ชันเด็ด ซึ่งจะเจ๋งแค่ไหน? น่าจัดยังไง พบคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย!

 

 

รีวิว DJI Mavic Air 2 : การออกแบบ

 

          #ดีไซน์ภายนอกตัวเครื่อง

 

DJI Mavic Air 2 มีการออกแบบและปรับโฉมใหม่ให้แตกต่างจาก DJI Mavic Air รุ่นเดิม โดยในรุ่นนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีการออกแบบของ DJI Mavic 2 มาใช้เป็นต้นแบบ ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังคงความเป็นโดรนที่เน้นการพกพาได้สะดวกเอาไว้ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review-1

 

          #การออกแบบขาพับเก็บได้

 

DJI Mavic Air 2 มีการออกแบบให้สามารถพับขาและใบพัดได้ทั้ง 4 ข้าง ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการพกพาตามสไตล์ Mavic จะพกใส่กระเป๋าเป้ไปไหนก็ได้ตามที่ต้องการ โดยขนาดของ DJI Mavic Air 2 เมื่อพับแล้วจะมีขนาด 180×97×84 มม. ซึ่งถือว่าใหญ่กว่า DJI Mavic Air รุ่นเดิมเล็กน้อยที่ขนาดเมื่อพับอยู่ที่ 168×83×49 มม. ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review-2

 

          #น้ำหนัก

 

DJI Mavic Air 2 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมเล็กน้อยอยู่ที่ 570 กรัม ขณะที่ DJI Mavic Air รุ่นเดิมมีน้ำหนักอยู่ที่ 430 กรัม ซึ่งก็ยังถือว่าน้ำหนักเบา ตามคุณสมบัติของโดรนไซส์พกพาครับ

 

          #สติ๊กเกอร์กำกับเพื่อการติดตั้ง

 

เมื่อแกะกล่อง DJI Mavic Air 2 ขึ้นมา คุณจะสังเกตเห็นสติ๊กเกอร์เล็กๆ ที่มีตัวอักษร “A” และ “B” ติดกำกับไว้ที่ขาของโดรนทั้ง 4 ข้าง ทำให้ติดตั้ง โดรนของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อเริ่มต้นใช้งานครั้งแรก อีกทั้งยังมีจุดมาร์คตรงที่ติดตั้งใบพัดสีเงินและสีดำ ช่วยให้คุณติดตั้งใบพัดทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง ถือว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับนักบินมือใหม่ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review3

 

          #กิมบอลกันสั่น

 

DJI Mavic Air 2 มาพร้อมกิมบอลกันสั่นแบบ 3 แกน ช่วยพยุงกล้องได้เสถียรขึ้น ไม่ว่าจะบินในสภาพแวดล้อมที่มีลมแรงแค่ไหน ก็บันทึกภาพได้นิ่งสมูทสุดๆ ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review4

 

          #รีโมตคอนโทรล

 

รีโมตคอนโทรลของ DJI Mavic Air 2 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ถือจับถนัดมือมากขึ้น มาพร้อมขาจับแบบใหม่ ช่วยติดตั้งสมาร์ตโฟนเข้ากับด้านบนของตัวรีโมตคอนโทรล ทำให้เห็นภาพถ่ายทอดสดจากกล้องโดรนได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้มีความอึด โดยใช้ได้นานถึง 240 นาที ใช้งานได้ยาวๆ เลยครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review5

 

 

รีวิว DJI Mavic Air 2 : ประสิทธิภาพกล้อง

 

         #ถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุด 48MP

 

เพื่อยกระดับการถ่ายภาพมุมสูงของคุณให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น DJI Mavic Air 2 จึงมาพร้อมคุณสมบัติใหม่ สามารถถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 48MP ด้วยเซ็นเซอร์ขนาด 1/2 นิ้ว ทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูง สีสันสวยสมจริง แม้ว่าจะซูมไปบนภาพแค่ไหนก็ยังให้รายละเอียดคมชัด

 

DJI-Mavic-Air-2-review7

 

          #SmartPhoto

 

SmartPhoto เป็นฟีเจอร์เพื่อการถ่ายภาพที่รวม 3 เทคโนโลยี ได้แก่ HDR, HyperLight และการจดจำฉาก มาไว้ในโหมดเดียว เพื่อผลลัพธ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุด

 

- HDR : ช่วยปรับช่วงการรับแสง ปรับค่าการเปิดรับแสง และการจัดซ้อนภาพ เพื่อให้ได้ภาพสีสวยคมชัดมากขึ้น

- HyperLight : ปรับปรุงแสงสว่างให้กับภาพ และยังลด noise ในภาพได้

การจดจำฉาก : สามารถจำแนกฉากต่างๆ อย่างสภาพแวดล้อมหรือวิวได้ 5 ประเภท คือ พระอาทิตย์ตก ท้องฟ้า ทุ่งหญ้า หิมะ และต้นไม้ พร้อมปรับพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของกล้องให้เหมาะสม

 

DJI-Mavic-Air-2-review8

 

          #พาโนรามา HDR

 

DJI Mavic Air 2 มาพร้อมโหมดพาโนรามาที่ทันสมัยที่สุด ด้วยการผสมผสานเทคนิคการถ่ายภาพ HDR เข้าไปในการถ่ายภาพพาโนรามา ช่วยให้คุณเก็บภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้าง ให้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นด้วยรายละเอียดที่ชัดเจน

 

DJI-Mavic-Air-2-review9

 

          #วิดีโอระดับ 4K/60fps

 

DJI Mavic Air 2 มาพร้อมกล้องสุดเทพ! ที่มีเซ็นเซอร์ประมวลผลภาพแบบ CMOS ขนาด 1/2 นิ้ว สามารถบันทึกวิดีโอได้คมชัดระดับ 4K/60fps ที่บิตเรต 120 Mbps ซึ่งถือว่าคุณภาพกล้องถูกอัปเกรดให้เจ๋งขึ้นกว่า DJI Mavic Air รุ่นเดิม ที่สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K/30fps ที่บิตเรต 100 Mbps นอกจากนี้ คุณยังสามารถบันทึกภาพในโหมดสีที่แตกต่างกัน ได้แก่ Cinelike, Standard และ HDR มาดูผลงานที่ถ่ายด้วย DJI Mavic Air 2 ได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้เลยครับ

 

 

 

 

รีวิว DJI Mavic Air 2 : ฟังก์ชันอัจฉริยะ

 

         #8K Hyperlapse

 

ฟังก์ชันสุดเทพอีกอย่างหนึ่งของ DJI Mavic Air 2 นั่นก็คือสามารถถ่าย Hyperlapse ได้ชัดถึง 8K!!! ซึ่งเมื่อเทียบกับฟุตเทจ Timelapse แบบธรรมดา ภาพของ Hyperlapse จะมีคุณภาพสูงกว่าและดูน่าทึ่งมากกว่า ซึ่งโหมด Hyperlapse จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่

 

Free : บังคับบิน DJI Mavic Air 2 ได้อย่างอิสระ พร้อมถ่ายแบบ Timelapse ไปด้วย

Circle : ถ่ายวิดีโอ Timelapse พร้อมบินเคลื่อนที่รอบวัตถุเป้าหมายเป็นวงกลมได้อัตโนมัติ

CourseLock : ล็อกตามเส้นทางการบินที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า

WayPoint : กำหนดตำแหน่งที่ต้องการบินเพื่อถ่ายทำวิดีโอแบบ Timelapse ได้สูงสุดถึง 5 จุด ทั้งยังเลือกระดับความสูง และความเร็ว ในเส้นทางการบินที่กำหนดไว้ได้อีกด้วย

 

 

หมายเหตุ: การถ่ายวิดีโอในระดับ 8K สามารถใช้ได้เฉพาะโหมด Free และ Waypoint Hyperlapse เท่านั้น

 

          #FocusTrack

 

FocusTrack เป็นระบบล็อกติดตามแบบใหม่ ประกอบด้วยโหมดติดตามอัจฉริยะ 3 โหมด คือ

 

  •          - ActiveTrack 3.0

 

ActiveTrack 3.0 เป็นคุณสมบัติที่ทรงพลังของ DJI Mavic Air 2 ซึ่งรองรับซอฟต์แวร์การติดตามที่ดีที่สุดของ DJI ให้คุณล็อกเป้าหมายที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้ง่ายๆ พร้อมหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดีกว่าเดิม บินถ่ายได้แบบไม่มีหลุดเฟรมครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review10

 

  •          - Spotlight 0

 

Spotlight 2.0 ช่วยให้คุณบังคับบิน DJI Mavic Air 2 ได้อย่างอิสระ ขณะที่กล้องล็อกวัตถุเป้าหมายไปด้วย เหมือนในคลิปด้านล่างนี้ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review11

 

  •          - POI 3.0

 

POI 3.0 เป็นโหมดที่ผู้ใช้งานกำหนดจุดที่ต้องการ จากนั้นโดรนจะบินวนถ่ายวิดีโอรอบวัตถุเป้าหมายได้แบบ 360° ให้อัตโนมัติ โดยสามารถติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ไปมาได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้คน รถ และเรือ

 

DJI-Mavic-Air-2-review12

 

          #QuickShots

 

DJI Mavic Air 2 พร้อมให้คุณสร้างสรรค์ผลงานสุดเทพได้ง่ายๆ ด้วยโหมด QuickShots ที่ช่วยให้คุณบินเก็บช็อตสวยๆ ได้อัตโนมัติ โดยมีให้เลือก 6 โหมด เรามาดูรีวิวแต่ละโหมดกันเลยครับ!

 

  •          - Dronie

 

ผลงานด้านล่างนี้เป็นช็อตที่ยอดเยี่ยมในการใช้โหมด Dronie โชว์วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยในโหมดนี้โดรนจะบินถอยหลังหรือบินขึ้นไป โดยที่มุมกล้องถูกล็อกไว้ที่วัตถุเป้าหมาย

 

DJI-Mavic-Air-2-review13

 

  •          - Circle

 

โชว์ผลงานแบบมุมสูงในมุมมองแบบ 360° ด้วยโหมด Circle ที่ DJI Mavic Air 2 จะบินไปรอบๆ วัตถุเป้าหมายเป็นวงกลม ทำให้ผลงานของคุณดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเหมือนในคลิปด้านล่างนี้!

 

DJI-Mavic-Air-2-review14

 

  •          - Helix

 

โหมดนี้ DJI Mavic Air 2 จะบินวนรอบเป้าหมาย พร้อมค่อยๆ ปรับระดับความสูงไปเรื่อยๆ คล้ายการบินแบบเป็นเกลียว

 

DJI-Mavic-Air-2-review15

 

  •          - Rocket

 

โชว์สิ่งที่น่าสนใจในมุมมองที่แตกต่างกัน ด้วยโหมด Rocket ที่โดรนจะบินสูงขึ้นไปตรงๆ ในขณะที่ล็อกมุมกล้องให้ยิงลงมาด้านล่าง

 

DJI-Mavic-Air-2-review16

 

  •          - Boomerang

 

อีกหนึ่งโหมดสุดเจ๋งที่เหมาะกับโชว์ผลงานลงบนโซเชียลมีเดียสุดๆ สำหรับโหมด Boomerang โดย DJI Mavic Air 2 จะบินวนรอบวัตถุเป้าหมาย พร้อมปรับระดับความสูงและระยะทางให้อัตโนมัติ

 

DJI-Mavic-Air-2-review17

 

  •          - Asteroid

 

DJI Mavic Air 2 จะเริ่มต้นการบันทึกวิดีโอด้วยภาพแบบ 360° แล้วจึงหมุนพร้อมซูมเข้าไปใกล้วัตถุเป้าหมายเรื่อยๆ ครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review18

 

 

รีวิว DJI Mavic Air 2 : ความปลอดภัยและสมรรถนะการบิน

 

          #OcuSync 2.0

 

DJI Mavic Air 2 ได้รับการพัฒนาสมรรถนะการบินให้เจ๋งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลเป็นระบบ OcuSync 2.0 ยิ่งกว่านั้น ยังรองรับการสื่อสารผ่านคลื่นความถี่ถึงสองแบบ คือ 2.4/5.8GHz สามารถบังคับโดรนได้ในระยะไกลสุดถึง 10 กิโลเมตร (ในไทยจำกัดระยะที่ 6 กิโลเมตร ตามกฎหมาย) พร้อมส่งภาพถ่ายทอดสดก็คมชัดสูงระดับ 1080p (Full HD) เวลาใช้งานจึงสะดวกสบายในการควบคุม มองภาพผ่านจอได้แบบชัดๆ

 

DJI-Mavic-Air-2-review19

 

          #เซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม

 

DJI Mavic Air 2 มีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับสภาพแวดล้อม 3 ทิศทาง คือด้านหน้า ด้านหลัง และด้านล่าง พร้อมแสงไฟส่องทาง โดยติดตั้ง Auxiliary light ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย และดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับโดรน

 

DJI-Mavic-Air-2-review20

 

          #APAS 3.0

 

เทคโนโลยี APAS 3.0 จะช่วยคำนวณหาเส้นทางบิน เพื่อหลบหลีกอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางได้อัตโนมัติ จะเจอต้นไม้ก็บินหลบหลีกได้ หรือจะบินในพื้นที่แคบๆ ก็ไม่เป็นปัญหา พร้อมให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ทุกเวลาครับ

 

DJI-Mavic-Air-2-review21

 

          #แบตเตอรี่

 

DJI Mavic Air 2 ได้รับการอัปเกรดแบตเตอรี่ใหม่! ทำให้มีความจุมากกว่าเดิม สามารถบินได้นานขึ้น สูงสุดถึง 34 นาที ถือว่าบินได้นานที่สุดในตระกูล Mavic ตอนนี้เลยครับ จึงมั่นใจได้เลยว่าเก็บช็อตสวยแบบจุใจ บินได้ตามพื้นที่ที่ต้องการ

 

DJI-Mavic-Air-2-review22

 

          #แอปพลิเคชันควบคุมการบิน DJI Fly App

 

แม้เป็นมือใหม่ ก็ควบคุม DJI Mavic Air 2 ได้ง่ายและสะดวกสุดๆ ผ่าน DJI Fly App ให้คุณบินถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างมั่นใจ เสริมด้วยแอปพลิเคชัน DJI Mimo ที่พร้อมให้คุณเลือกเทมเพลต แก้ไข ตัดต่อ ใส่ซาวน์เจ๋งๆ และแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที!

 

DJI-Mavic-Air-2-review23

 

 

จากที่เรารีวิวมาทั้งหมดสรุปได้เลยว่า DJI Mavic Air 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานมุมมองใหม่ให้โดดเด่นกว่าเดิม ซึ่งโดรนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายมากๆ พร้อมมีฟีเจอร์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ แถมการโฟกัสยังแม่นยำกว่าเดิม! และบินได้อย่างปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับและหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ จัดว่าสเปกครบเครื่องที่สุดในตอนนี้แล้วครับ!

 

DJI Mavic Air 2 มีให้เลือก 2 เซ็ตด้วยกัน ได้แก่

DJI Mavic Air 2 ราคา 25,900 บาท

DJI Mavic Air 2 Fly More Combo ราคา 34,900 บาท

 

=======================

 

DJI PHANTOM THAILAND

ตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการ ทั้ง 5 สาขา ได้ที่

-DJI @Central World ชั้น 4 โซนลิฟต์แก้ว ข้าง iStudio
-DJI @Central Westgate ชั้น 2
-DJI @Megabangna ชั้น 2
-DJI @Central Festival หาดใหญ่ ชั้น 3
-DJI Service Center พญาไท @KSL Tower

ทดลองบินฟรีก่อนตัดสินใจ

บริการสอนการใช้งานฟรี!

#DJI_Authorized_Dealer

#DJI_Service_Center

ศูนย์บริการ DJI มาตรฐานแห่งแรกในไทย

Inbox: http://m.me/everyonecanfly

LINE: http://line.me/ti/p/[email protected]

โทรศัพท์: 02-026-3807

[email protected]

http://www.phantomthailand.com

 

=======================

 

ข้อมูลจาก DJI

แปลและเรียบเรียงโดย DJI Phantom Thailand

 

backtotop DJI Phantom Thailand