เจาะลึก Zenmuse X7 กล้องโดรนตัวจริงสำหรับงานภาพยนตร์

REVIEW

NOV 02,2017

Tags:

featured image

        ในวงการภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ การมีกล้องดีๆ นอกจากจะช่วยสร้างผลงานให้ยอดเยี่ยม ก็ยังช่วยลดเวลา ลดความยุ่งยากในการทำงาน รวมถึงช่วยลดต้นทุนได้ด้วย และสำหรับการถ่ายทำที่ต้องใช้โดรน ตอนนี้คงไม่มีกล้องโดรนตัวไหนน่าจับตามองเท่า Zenmuse X7 จาก DJI แล้ว วันนี้ DJI  Phantom Thailand จึงขอพามาเจาะลึกความเจ๋งกันครับ!

 

ภาพรวม

        Zenmuse X7 คือกล้อง 35 มม. ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมกิมบอลกล้องอัจฉริยะตามแบบฉบับ DJI สามารถสร้างผลงานได้ดีเยี่ยมเทียบเท่ากล้องภาพยนตร์ตัวใหญ่ๆ ต่างแค่ Zenmuse X7 มีไว้ใช้คู่กับโดรนอย่าง Inspire 2 ทั้งนี้ ถ้าเทียบกับแค่กล้องโดรนที่เคยใช้ในแวดวงภาพยนตร์ปัจจุบัน Zenmuse X7 น่าจะมายกระดับคุณภาพการถ่ายทำให้สูงขึ้นได้มากๆ ด้วยการมีเซ็นเซอร์แบบ 24 MP CMOS ที่ให้ Dynamic Range กว้างถึง 14 Stops และสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้คมชัดสูงสุดที่ระดับ 6K ในแบบ CinemaDNG หรือ 5.2K ในแบบ Apple ProRes ส่วนภาพนิ่ง ก็บันทึกได้ชัดสุดถึง 24 MP เลยครับ

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

        ยิ่งไปกว่านั้น Zenmuse X7 ยังสร้างกลไกการประกอบเลนส์กล้องแบบใหม่ขึ้นมาด้วย คือ DJI DL-Mount System ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนเลนส์กล้องใหญ่ๆ ของโดรนกลายเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และยังเปี่ยมประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะใช้เลนส์ไหน Zenmuse X7 ก็ยังมาพร้อม DJI Cinema Color System เวอร์ชันล่าสุด ที่ประมวลผลให้แสง สี และรายละเอียดต่างๆ ของภาพเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ จนการปรับแต่งในช่วง Post-Production กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น และแน่นอน ผลลัพธ์ก็คือผลงานภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม ตรงใจผู้สร้างได้แบบสุดๆ เลยนั่นเองครับ

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

 

ภาพคม สีชัด สร้างสรรค์มาเพื่อความยอดเยี่ยม

        Zenmuse X7 ใช้เซ็นเซอร์แบบ Super 35 Sensor ซึ่งสามารถสร้างผลงานแบบ RAW ได้คมชัดถึงในระดับ 6[email protected]30fps และ 3.9[email protected]59.94fps ที่สำคัญ แต่ละพิกเซลในภาพที่จะถูกสร้างขึ้นนั้น ก็ยังมีจุดเด่นตรงความอิ่ม ใหญ่ อัดแน่นด้วยคุณภาพถึงระดับ 3.91 µm จึงสวยงามทุกรายละเอียดแน่นอน

 

        ทั้งนี้ หากวัดขนาดในแนวเส้นทแยงมุม เซ็นเซอร์ของ Zenmuse X7 ยังมีแนวเส้นทแยงมุมที่ยาวถึง 26.6 มม. ซึ่งเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่แบบนี้จะไวต่อแสงมาก ส่งผลให้ Zenmuse X7 มี Dynamic Range ที่กว้างถึง 14 Stops กว้างกว่ากล้องรุ่นก่อนหน้าอย่าง Zenmuse X5S ที่มี Dynamic Range แค่ 12.8 Stops เท่านั้น

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

        นอกจากนี้ Zenmuse X7 ยังมีดีตรงค่า SNR หรือ Signal-to-Noise Ratio ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งหมายความว่าจะมีอัตราส่วนการเกิด Noise ในภาพต่ำ โดยค่า SNR ของ Zenmuse X7 จะอยู่ที่ 48dB มากกว่า SNR ของ Zenmuse X5S อยู่ถึง 8dB ดังนั้น ภาพที่ถ่ายด้วย Zenmuse X7 จึงเกิด Noise ได้น้อยกว่า ทั้งนี้ Tonal Range ของ Zenmuse X7 ก็ยังมีค่าสูงด้วย โดยอยู่ที่ระดับ 9.41 bits จากองค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวลที่บอกไป แค่นี้ก็การันตีคุณภาพของ Zenmuse X7 ว่าน่าจะยอดเยี่ยมได้แล้วใช่ไหมล่ะครับ

 

Zenmuse X7

 

Zenmuse X7

 

 

ภาพสวย ใช้ง่าย ด้วย DJI DL-Mount System

        DJI นำเทคโนโลยี FSI-Cu มาใช้ประโยชน์จนสามารถพัฒนาระบบเปลี่ยนเลนส์กล้องโดรนแบบใหม่ คือ DJI DL-Mount System ขึ้นมาได้ โดยระบบนี้มีจุดเด่นตรงทำให้ Zenmuse X7 มีระยะเชื่อมต่อระหว่างเลนส์กับเซ็นเซอร์ที่ใกล้กันมาก น้อยกว่า 17 มม. ซึ่งจะส่งผลดีตรงที่ เวลามีแสงผ่านเลนส์เข้ามากระทบกับเซ็นเซอร์เพื่อก่อให้เกิดภาพ เซ็นเซอร์ก็จะรับแสงได้มากและแม่นยำขึ้น จนประมวลผลเป็นภาพที่สวยและตรงตามที่เราถ่ายได้มากขึ้นนั่นเอง

 

        ทั้งนี้ อีกข้อดีของ DJI DL-Mount System คือ เป็นระบบประกอบเลนส์กล้องโดรนแบบกะทัดรัด ที่รวมเลนส์กับตัวกล้องแล้วจะหนักแค่ประมาณ 630 ก. หรือเมื่อรวมกับตัวลำ Inspire 2 แล้ว ก็จะหนักแค่ 4 กก. เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นชุดอุปกรณ์ถ่ายทำที่เบามากเมื่อเทียบกับเซ็ตกล้องใหญ่ๆ ที่เราเห็นกันเป็นปกติในกองถ่าย ซึ่งอาจหนักได้ถึง 40 กก. เลยทีเดียว แบบนี้ เมื่อใช้ Zenmuse X7 พร้อม Inspire 2 จึงสะดวกสบายกว่าอยู่แล้วครับ

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

 

เปลี่ยนเลนส์ได้ รองรับ 4 เลนส์สุดล้ำ

        Zenmuse X7 เปิดตัวมาพร้อมกับ Prime Lens 4 ตัว ซึ่งสามารถสับเปลี่ยนกันใช้ร่วมกับ Inspire 2 ได้ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านระบบ DJI DL-Mount System ตามที่อธิบายไปในหัวข้อก่อนหน้าแล้วนั่นเองครับ

 

        จุดที่น่าสนใจของ Prime Lens ทั้ง 4 ตัวนี้คือ จะมี Focus Length อยู่ระหว่าง 16-50 มม. และให้ความคมชัด สูงสุดได้ถึงระดับ 8K ทั้งยังมีน้ำหนักเบา แต่คงทนด้วยตัววัสดุเป็น Carbon Fiber ที่สำคัญ ทุกตัวได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก มีการใส่เทคโนโลยีขั้นสูงไว้ให้สามารถทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ของ Zenmuse X7 ได้เป็นอย่างดี จึงพร้อมตอบสนองทุกความต้องการเรื่องภาพที่คุณอยากสร้างสรรค์ และภาพด้านล่างนี้ ก็คือ Spec ของ Prime Lens ทั้ง 4 ตัว ที่เปิดตัวมาพร้อม Zenmuse X7 ครับ

 

Zenmuse X7  Zenmuse X7  Zenmuse X7  Zenmuse X7

 

Zenmuse X7

 

อิสระกับการสร้างสรรค์ได้มากกว่าเดิม

        เพื่อให้ Zenmuse X7 สร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ฝั่ง Inspire 2 ก็ได้มีการอัพเกรดระบบประมวลผลภาพ CineCore ให้เป็น CineCore 2.1 ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีผลให้สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้คมชัดสูงสุดถึงระดับ 6[email protected]30fps ในแบบ CinemaDNG  และ 5.2[email protected]30fps ในแบบ Apple ProRes โดยไฟล์ที่มีคุณภาพสูงแบบนี้ มีข้อดีตรงถ้าจะเอาไปปรับในช่วง Post-Production ก็จะแต่งได้มาก และมีความสะดวกยิ่งขึ้นครับ    

        ทั้งนี้ ในระบบประมวลผลภาพ CineCore 2.1 ยังมีการใส่เทคโนโลยีใหม่ คือ EI Mode ลงไปด้วย ซึ่งช่วยให้การบันทึกภาพวิดีโอมีคุณภาพสูงและแม่นยำ ลดการเกิดความผิดเพี้ยนรวมถึงการเกิด Noise ได้ดี และในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยคงรายละเอียดของภาพเอาไว้อย่างครบถ้วน จัดการกับเรื่องแสงสีได้เยี่ยม โดยเฉพาะกับพื้นที่มืดในภาพ แบบนี้จึงไม่ใช่ปัญหา หากต้องนำไปปรับแต่งด้วยเทคนิคขั้นสูงในภายหลังครับ

 

Zenmuse X7

 

        แต่นอกจากการอัพเกรดระบบประมวลผลภาพแล้ว CineCore 2.1 ยังมาพร้อมระบบสี DJI Cinema Color System แบบใหม่ ซึ่งเอื้อให้คนทำภาพยนตร์สามารถนำไฟล์ที่ได้จากการถ่ายทำโดย Zenmuse X7 กับ Inspire 2 ไปพัฒนาและสร้างสรรค์ต่อในช่วง Post-production ได้หลากหลายขึ้นอีกด้วย

 

        จุดที่น่าสนใจของ DJI Cinema Color System แบบใหม่คือ มีช่วงการประมวลผลสีที่กว้างและแม่นยำกว่าเดิม โดยเฉพาะในส่วนของ D-Log Curve และ D-Gamut RGB Color Space  โดยถ้าถ่ายด้วยไฟล์แบบ D-Log ก็จะสามารถเกิดการประมวลผลแยก Dynamic Range ได้ถึง 15 Stops เลยทีเดียว สูงกว่าของ Zenmuse X5S ที่เป็นกล้องรุ่นก่อนหน้าอยู่ 2 Stops ดังนั้น แม้ต้องถ่ายทำในที่ที่มีแสงน้อย Zenmuse X7 จึงยังเก็บรายละเอียดในภาพได้ดี คมชัดในส่วนของแสงและเงา ช่วยให้ปรับแต่งในภายหลังได้ง่ายขึ้นครับ

 

        ด้าน D-Gamut RGB Color Space ก็ครอบคลุม DCI-P3 Color Space ซึ่งเป็นโทนสีที่นิยมใช้กันในแวดวงภาพยนตร์ทั้งหมด ที่สำคัญยังเน้นให้มีพื้นที่ของโทนสีเขียวค่อนข้างมาก ช่วยให้ภาพดูเป็นธรรมชาติขึ้น โดยเฉพาะเวลาถ่ายแล้วเห็นฉากที่มีสีเขียวๆ เช่น ป่าไม้ ภูเขา ก็จะได้ภาพที่สวยสมจริง มีสีสันที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ 

 

Zenmuse X7

 

Zenmuse X7

 

Zenmuse X7

 

        นอกจากนี้ D-Gamut RGB Color Space ของ CineCore 2.1 ยังมีการปรับให้สีผิวของคน หรือ Skin Tone ถูกประมวลผลได้อย่างเหมาะสมขึ้นอีกด้วย โดยเน้นให้มีความสมจริง ให้เก็บรายละเอียดไว้ได้เยอะๆ เพื่อให้เอาไปปรับแต่งในช่วง Post-Production ได้ง่ายๆ ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญมากในการถ่ายทำภาพยนตร์ เนื่องจากในหนังส่วนใหญ่ ก็มักต้องมีฉากที่เห็นตัวละครที่เป็นคนอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ

 

Zenmuse X7

 

 

        เจาะลึกคุณสมบัติของ Zenmuse X7 กันขนาดนี้แล้ว น่าจะตอบคำถามให้เหล่านักสร้างภาพยนตร์ได้แล้วใช่ไหมล่ะว่า ทำไมคุณต้องมีมันเอาไว้ครอบครอง ซึ่งถ้าใครสนใจ อย่าลืมปรึกษากับเรา DJI Phantom Thailand นะครับ ^^

 

=======================

Phantom Thailand

ตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการ

ทดลองบินฟรีก่อนตัดสินใจ

บริการสอนการใช้งานฟรี!

#DJI_Authorized_Dealer

#DJI_Service_Center

ศูนย์บริการ DJI มาตรฐานแห่งแรกในไทย

Inbox: http://m.me/everyonecanfly

LINE: http://line.me/ti/p/[email protected]

Phone: 062-594-6441

[email protected]

http://www.phantomthailand.com

 

 

 

 

 

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

picture_free
icon-0per icon-warranty1y icon-sendfree
product image product image hover

DJI Mini SE

฿9,990

สินค้าหมด

picture_free
icon-0per icon-warranty1y icon-sendfree
product image product image hover

DJI Mini 2 Fly More Combo

฿19,000

สินค้าหมด

picture_free
icon-0per icon-warranty1y icon-sendfree
product image product image hover

DJI Mini SE Fly More Combo

฿13,990

สินค้าหมด

picture_free
icon-0per icon-warranty1y icon-sendfree
product image product image hover

DJI Air 2S Fly More Combo

฿42,990

สินค้าหมด

backtotop DJI Phantom Thailand