สอนใช้ Spark QuickShot 4 แบบ สร้าง 4 ช็อตเจ๋ง!

TIPS & TECH

AUG 24,2017

featured image

ใครมี Spark อยู่ในมือ และกำลังสนใจโหมดใหม่ล่าสุดจาก DJI อย่าง QuickShot ซึ่งจะช่วยให้บันทึกภาพวิดีโอได้อย่างง่ายๆ แต่กลับได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพ! วันนี้เรามี How to แบบ Step by Step มาฝากกันแล้วครับ รีบไปดูแล้วทำตามกันได้เล้ยยยยย

 

#Rocket >> บินสูงขึ้นไปตรงๆ ในขณะที่ล็อกมุมกล้องให้ยิงลงมาด้านล่าง

Spark QuickShot

 

 

1. เปิด DJI Go app ขึ้นมา พร้อมเช็กให้แน่ใจว่าตั้งค่า Spark ให้อยู่ใน P Mode เรียบร้อยแล้ว

2. เลือกเมนู QuickShot ซึ่งจะอยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือของหน้าจอ DJI Go app เป็นสัญลักษณ์รูปม้วนฟิล์มภาพยนตร์

3. ใช้นิ้วลากบนหน้าจอ DJI Go app เพื่อเลือกเป้าหมายที่ต้องการ

4. เมื่อเลือกเป้าหมายแล้วด้านล่างของหน้าจอ DJI Go app จะมีโหมดย่อยขึ้นมาให้เลือก ตรงนี้เลือก Rocket ซึ่งจะถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ลูกศรพุ่งขึ้นตรงครับ

5. ปกติระยะในการบินของ Rocket จะถูกตั้งไว้ที่ 40 เมตร ถ้าต้องการเปลี่ยน ให้กดที่สัญลักษณ์ Rocket อีกครั้ง จะมีแถบเลื่อนขึ้นมา ให้เราปรับระยะในการบินตามต้องการได้เลยครับ (เมื่อควบคุม Spark ด้วยรีโมตฯ จะมีระยะในการบินของ Rocket ได้ในช่วง 10-90 เมตร แต่ถ้าควบคุม Spark ด้วยสมาร์ตโฟน จะมีระยะในการบินได้แค่ในช่วง 10-45 เมตรนะครับ)

6. เมื่อเลือกระยะในการบินเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กด Go ตรงกลางหน้าจอ DJI Go app ได้เลย เพียงเท่านี้ Spark ก็จะทำการบินมาอยู่เหนือเป้าหมายที่เราต้องการ แล้วบินขึ้นไปในขณะที่ยังล็อกมุมกล้องให้ยิงลงมาที่ด้านล่างเพื่อบันทึกภาพวิดีโอโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิดีโอที่ได้จะมีความยาว 10 วินาที ทั้งนี้ ในการบินแบบ Rocket นั้น จะมีความเร็วสูงสุดได้ที่ 3 เมตร/วินาที นะครับ

 

 

 

#Dronie >> บินถอยหลังหรือบินขึ้นไป โดยที่มุมกล้องถูกล็อกไว้ที่วัตถุเป้าหมาย

Spark QuickShot

 

 

1. เปิด DJI Go app ขึ้นมา พร้อมเช็กให้แน่ใจว่าตั้งค่า Spark ให้อยู่ใน P Mode เรียบร้อยแล้ว

2. เลือกเมนู QuickShot ซึ่งจะอยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือของหน้าจอ DJI Go app เป็นสัญลักษณ์รูปม้วนฟิล์มภาพยนตร์

3. ใช้นิ้วลากบนหน้าจอ DJI Go app เพื่อเลือกเป้าหมายที่ต้องการ

4. เมื่อเลือกเป้าหมายแล้วด้านล่างของหน้าจอ DJI Go app จะมีโหมดย่อยขึ้นมาให้เลือก ตรงนี้เลือก Dronie ซึ่งจะถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ลูกศรพุ่งขึ้นทำมุมประมาณ 45° ครับ

5. ปกติระยะในการบินของ Dronie จะถูกตั้งไว้ที่ 40 เมตร ถ้าต้องการเปลี่ยน ให้กดที่สัญลักษณ์ Dronie อีกครั้ง จะมีแถบเลื่อนขึ้นมา ให้เราปรับระยะในการบินตามต้องการได้เลยครับ (เมื่อควบคุม Spark ด้วยรีโมตฯ จะมีระยะในการบินของ Dronie ได้ในช่วง 10-120 เมตร แต่ถ้าควบคุม Spark ด้วยสมาร์ตโฟน จะมีระยะในการบินได้แค่ในช่วง 10-60 เมตรนะครับ)

6. เมื่อเลือกระยะในการบินเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กด Go ตรงกลางหน้าจอ DJI Go app ได้เลย เพียงเท่านี้ Spark ก็จะทำการบินถอยไปให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมก่อน จากนั้นจึงบินขึ้นเป็นมุมเฉียง ในขณะที่ยังล็อกมุมกล้องมาที่เป้าหมายที่เราเลือกไว้ด้านล่าง เพื่อบันทึกภาพวิดีโอให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งวิดีโอที่ได้จะมีความยาว 10 วินาที แต่ทั้งนี้ ในการบินแบบ Dronie นั้นจะมีความเร็วสูงสุดได้ที่ 3 เมตร/วินาที ครับ

 

 

 

#Circle >> บินไปรอบๆ วัตถุเป้าหมาย

Spark QuickShot

 

 

1. เปิด DJI Go app ขึ้นมา พร้อมเช็กให้แน่ใจว่าตั้งค่า Spark ให้อยู่ใน P Mode เรียบร้อยแล้ว

2. เลือกเมนู QuickShot ซึ่งจะอยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือของหน้าจอ DJI Go app เป็นสัญลักษณ์รูปม้วนฟิล์มภาพยนตร์

3. ใช้นิ้วลากบนหน้าจอ DJI Go app เพื่อเลือกเป้าหมายที่ต้องการ

4. เมื่อเลือกเป้าหมายแล้วด้านล่างของหน้าจอ DJI Go app จะมีโหมดย่อยขึ้นมาให้เลือก ตรงนี้เลือก Circle ซึ่งจะถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ลูกศรกำลังม้วนเป็นวงกลมครับ

5. ปกติโหมด Circle จะถูกตั้งไว้ให้บินวนแบบทวนเข็มนาฬิกา ถ้าต้องการเปลี่ยน ให้กดที่สัญลักษณ์ Circle อีกครั้ง จะมีแถบขึ้นมาให้เราสลับเป็นบินตามเข็มนาฬิกาได้

6. เมื่อเลือกว่าจะบินตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาได้แล้ว ก็ให้กด Go ตรงกลางหน้าจอ DJI Go app ได้เลย เพียงเท่านี้ Spark ก็จะจับโฟกัสมาที่เป้าหมายที่เราเลือกไว้ แล้วขึ้นไปบินวนรอบ โดยรัศมีในการบินที่เป็นระยะระหว่างเป้าหมายกับตัวลำ Spark นั้นจะเท่ากันตลอด เป็นระยะที่ถูกกำหนด-ขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่ง Spark จะบินแบบ Circle จนครบรอบเป็นวงกลมด้วยเวลา 10 วินาที จึงบันทึกภาพวิดีโอได้นาน 10 วินาทีเท่ากับแบบ Rocket และ Dronie แต่ความเร็วสูงสุดที่ Circle ทำได้ จะอยู่ที่ 6 เมตร/วินาที นะครับ

 

 

 

#Helix >> บินวนรอบเป้าหมาย พร้อมค่อยๆ ปรับระดับความสูงไปเรื่อยๆ คล้ายการบินแบบเป็นเกลียว

Spark QuickShot

 

1. เปิด DJI Go app ขึ้นมา พร้อมเช็กให้แน่ใจว่าตั้งค่า Spark ให้อยู่ใน P Mode เรียบร้อยแล้ว

2. เลือกเมนู QuickShot ซึ่งจะอยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือของหน้าจอ DJI Go app เป็นสัญลักษณ์รูปม้วนฟิล์มภาพยนตร์

3. ใช้นิ้วลากบนหน้าจอ DJI Go app เพื่อเลือกเป้าหมายที่ต้องการ

4. เมื่อเลือกเป้าหมายแล้วด้านล่างของหน้าจอ DJI Go app จะมีโหมดย่อยขึ้นมาให้เลือก ตรงนี้เลือก Helix ซึ่งจะถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ลูกศรกำลังม้วนเป็นเกลียวครับ

5. ปกติระยะในการบินของ Helix จะถูกตั้งไว้ที่ 40 เมตร ถ้าต้องการเปลี่ยน ให้กดที่สัญลักษณ์ Helix อีกครั้ง จะมีแถบเลื่อนขึ้นมา ให้เราปรับระยะในการบินตามต้องการได้เลย (เมื่อควบคุม Spark ด้วยรีโมตฯ จะมีระยะในการบินของ Helix ได้ในช่วง 10-150 เมตร แต่ถ้าควบคุม Spark ด้วยสมาร์ตโฟน จะมีระยะในการบินได้แค่ในช่วง 10-75 เมตรนะครับ)

6. และเหมือนกับโหมด Circle โหมด Helix ก็เลือกว่าจะให้บินวนแบบทวนหรือตามเข็มนาฬิกาได้เช่นกัน ซึ่งปกติมันจะถูกตั้งไว้แบบทวนเข็มครับ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยน ก็แค่ปรับตรงแถบที่อยู่ด้านขวามือของแถบปรับระยะในการบินได้เลยครับ

7. เมื่อเลือกระยะในการบินและเลือกว่าจะบินตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาได้แล้ว ก็ให้กด Go ตรงกลางหน้าจอ DJI Go app ได้เลย เพียงเท่านี้ Spark ก็จะโฟกัสมาที่เป้าหมายที่เราเลือก แล้วขึ้นไปบินวนรอบเป็นเกลียวเพื่อบันทึกภาพวิดีโอนาน 10 วินาที ทั้งนี้ การบินแบบ Helix จะมีความเร็วสูงสุดได้ที่ 6 เมตร/วินาที นะครับ

 

 

 

 

 

ลองไปบินกันดูนะครับสำหรับ QuickShot ทั้ง 4 แบบ และถ้าได้ผลงานเจ๋งๆ มายังไง ก็เอามาแบ่งปันกับเราได้นะครับ แต่ถ้าใครสนใจ แต่ยังไม่มี Spark  อยู่ในมือล่ะก็ ติดต่อเราได้ที่ DJI Phantom Thailand ทั้ง 3 สาขา สยามดิสคัฟเวอร์รี่ /เซ็นทรัล เวสต์เกต และช่างชุ่ย เลยนะครับ ^^

 

 =======================

 

ข้อมูลและภาพจาก DJI Support

 

แปลและเรียบเรียงโดย DJI Phantom Thailand

=======================

Phantom Thailand Co., Ltd.

ตัวแทนจำหน่าย DJI อย่างเป็นทางการ และศูนย์บริการ DJI มาตรฐานแห่งแรกในไทย

Inbox: http://m.me/everyonecanfly

LINE: @phantomthailand

Phone: 062-594-6441

[email protected]

www.phantomthailand.com

 

 

 

backtotop DJI Phantom Thailand